เทคนิคการเป็นนักอ่านที่ดี
การอ่านเป็นหนึ่งในสี่ทักษะทางภาษาที่จำเป็นต้องฝึกฝนอยู่เสมอ
และไม่มีวันสิ้นสุดสามารถฝึกได้เรื่อย ๆ ตามวัยและประสบการณ์ของผู้อ่าน
เพราะการอ่านนั้นจะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์
เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้มนุษย์ได้รับความรู้ ความคิด และความบันเทิงใจ
ช่วยปรับปรุงชีวิตให้สดใสสมบูรณ์ ดังคำกล่าวของ เซอร์ ฟรานซิส เบคอน
นักปรัชญาเมธีชาวอังกฤษที่ว่า การอ่านทำคนให้เป็นคนโดยสมบูรณ์”
ความหมายของการอ่าน
การอ่านเป็นพฤติกรรมการรับสารที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการฟัง ปัจจุบันมีผู้รู้นักวิชาการและนักเขียนนำเสนอความรู้ ข้อมูล ข่าวสารและงานสร้างสรรค์ ตีพิมพ์ ในหนังสือและสิ่งพิมพ์อื่น ๆ มาก นอกจากนี้แล้วข่าวสารสำคัญ ๆ หลังจากนำเสนอด้วยการพูด หรืออ่านให้ฟังผ่านสื่อต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะตีพิมพ์รักษาไว้เป็นหลักฐานแก่ผู้อ่านในชั้นหลัง ๆความสามารถในการอ่านจึงสำคัญและจำเป็นยิ่งต่อการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในสังคมปัจจุบัน
การอ่านเป็นพฤติกรรมการรับสารที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการฟัง ปัจจุบันมีผู้รู้นักวิชาการและนักเขียนนำเสนอความรู้ ข้อมูล ข่าวสารและงานสร้างสรรค์ ตีพิมพ์ ในหนังสือและสิ่งพิมพ์อื่น ๆ มาก นอกจากนี้แล้วข่าวสารสำคัญ ๆ หลังจากนำเสนอด้วยการพูด หรืออ่านให้ฟังผ่านสื่อต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะตีพิมพ์รักษาไว้เป็นหลักฐานแก่ผู้อ่านในชั้นหลัง ๆความสามารถในการอ่านจึงสำคัญและจำเป็นยิ่งต่อการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในสังคมปัจจุบัน
ความสำคัญของการอ่าน
ในสมัยโบราณที่ยังไม่มีตัวหนังสือใช้ มนุษย์ได้ใช้วิธีเขียนบันทึกความทรงจำและเรื่องราวต่าง ๆ เป็นรูปภาพไว้ตามฝาผนังในถ้ำ เพื่อเป็นทางออกของอารมณ์ เพื่อเตือนความจำหรือเพื่อบอกเล่าให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วย แสดงถึงความพยายามและความปรารถนาอันแรงกล้าของมนุษย์ ที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ของตนเป็นสัญลักษณ์ที่คงทนต่อกาลเวลาจากภาพเขียนตามผนังถ้ำ ได้วิวัฒนาการมาเป็นภาษาเขียนและหนังสือ ปัจจุบันนี้หนสือกลายเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งต่อมนุษย์จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นปัจจัยอันหนึ่งในการดำรงชีวิตคนที่ไม่รู้หนังสือแม้จะดำรงชีวิตอยู่ได้ก็เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ ไม่มีความเจริญ ไม่สามารถประสบความสำเร็จใด ๆ ในสังคมได้หนังสือและการอ่านหนังสือจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ในสมัยโบราณที่ยังไม่มีตัวหนังสือใช้ มนุษย์ได้ใช้วิธีเขียนบันทึกความทรงจำและเรื่องราวต่าง ๆ เป็นรูปภาพไว้ตามฝาผนังในถ้ำ เพื่อเป็นทางออกของอารมณ์ เพื่อเตือนความจำหรือเพื่อบอกเล่าให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วย แสดงถึงความพยายามและความปรารถนาอันแรงกล้าของมนุษย์ ที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ของตนเป็นสัญลักษณ์ที่คงทนต่อกาลเวลาจากภาพเขียนตามผนังถ้ำ ได้วิวัฒนาการมาเป็นภาษาเขียนและหนังสือ ปัจจุบันนี้หนสือกลายเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งต่อมนุษย์จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นปัจจัยอันหนึ่งในการดำรงชีวิตคนที่ไม่รู้หนังสือแม้จะดำรงชีวิตอยู่ได้ก็เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ ไม่มีความเจริญ ไม่สามารถประสบความสำเร็จใด ๆ ในสังคมได้หนังสือและการอ่านหนังสือจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
การอ่านในทางการสื่อสาร
การอ่านในทางการสื่อสาร เป็นการรับรู้สารโดยการดูตัวหนังสือจากการเขียน แต่ในบางทีอาจครอบคลุมถึง การดูสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นอวัจนภาษา เช่น การอ่านแผนที่ การอ่านป้าย หรือ การนำใช้นิ้วลูบในการอ่านอักษรเบรลล์ เป็นต้น การอ่านมีความหมายโดยกว้างว่า การดู(หรือสัมผัสในกรณีอักษรเบรลล์) โดยวิเคราะห์ไตร่ตรองสารด้วย
การอ่านในทางการสื่อสาร เป็นการรับรู้สารโดยการดูตัวหนังสือจากการเขียน แต่ในบางทีอาจครอบคลุมถึง การดูสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นอวัจนภาษา เช่น การอ่านแผนที่ การอ่านป้าย หรือ การนำใช้นิ้วลูบในการอ่านอักษรเบรลล์ เป็นต้น การอ่านมีความหมายโดยกว้างว่า การดู(หรือสัมผัสในกรณีอักษรเบรลล์) โดยวิเคราะห์ไตร่ตรองสารด้วย
อุปสรรคในการอ่าน
อุปสรรคในการอ่านแบ่งได้สองประการคือ
1. อุปสรรคภายนอก หมายถึงการมีแสงรบกวน หรือไม่มีปัจจัยเพียงพอในการอ่าน เช่น อยู่ในที่มืด เป็นต้น
2. อุปสรรคภายใน หมายถึงปัญหาทางด้านตา เช่นปัญหาสายตา ตาฝ้าฟาง ตาบอด หรือมีความพิการในด้านการสูญเสียการมองเห็น เป็นต้น
อุปสรรคในการอ่านแบ่งได้สองประการคือ
1. อุปสรรคภายนอก หมายถึงการมีแสงรบกวน หรือไม่มีปัจจัยเพียงพอในการอ่าน เช่น อยู่ในที่มืด เป็นต้น
2. อุปสรรคภายใน หมายถึงปัญหาทางด้านตา เช่นปัญหาสายตา ตาฝ้าฟาง ตาบอด หรือมีความพิการในด้านการสูญเสียการมองเห็น เป็นต้น
การจะเป็นนักอ่านที่ดีได้นั้นต้องเริ่มพัฒนาและฝึกฝนตนเองให้เกิดลักษณะนิสัยและคุณลักษณะที่ดีของนักอ่าน
มีแนวทางการฝึกดังต่อไปนี้
1. พยายามสร้างนิสัยตนเองให้รักการอ่าน
โดยพยายามอ่านหนังสือทุกประเภทที่จะให้ประโยชน์และอ่านบ่อยๆ จนเกิดเป็นนิสัย
2. ฝึกฝนการอ่านหนังสือให้รวดเร็วและจับใจความให้ได้
วีธีการก็คือต้องใช้ช่วงสายตาให้กว้างพยายามให้ไม่มีจุดสะดุด หรือสายตาหยุดนิ่ง
เพื่อจะให้อ่านได้รวดเร ขณะที่อ่านก็พยายามจับใจความไปด้วย
3. ฝึกฝนตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่าน
คือ อ่านเพราะต้องรู้ อ่านเพราะความรู้ และอ่านเพราะอยากรู้
การที่จะเป็นคนเก่งกว่าหรือว่ามีความสามารถเหนือกว่าคนอื่นได้เราต้องตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านแล้วพยายามทำให้บรรลุจุดมุ่งหมายนั้นให้ได้
4. ฝึกสังเกตส่วนประกอบของหนังสือ
เช่น ปก คำนำ สารบาญ คำนิยม หัวข้อเรื่อง บรรณานุกรม จะทำให้เราเข้าใจสิ่งที่อ่านได้ดียิ่งขึ้น
5. ใช้เทคนิคหรือองค์ประกอบอื่นๆ
เข้าช่วย เช่น สร้างบรรยากาศ ทำจิตใจให้มีสมาธิ ใช้ประสาททุกส่วนให้ช่วยจำ
ตั้งใจให้แน่วแน่ ทำอารมณ์ให้สดชื่น แจ่มใส
ทำได้เท่านี้น้องๆ
ก็จะเป็นนักอ่านที่ดีได้ในอนาคตแน่นอนค่ะ เพราะการอ่านเป็นพื้นฐานของความสำเร็จ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น